(_WëL©ÕmË 2 ChEr_rY WØ®Ld_)

http://cher3155.wordpress.com

Lasagne สิงหาคม 29, 2007

Filed under: Uncategorized — cher3155 @ 10:31 am

Lasagne…ลาซานญ่า    สืบเนื่องด้วย จขบ.อารมณ์ผีแม่บ้านเข้าสิงเป็นบางวันค่ะ โดยปรกติพ่อบ้านจะเป็นคนทำกับข้าว แต่บางวันเฮี้ยนๆก็จะลงครัวเหมือนกัน :)  เลือกเอาเมนูอร่อยง่ายๆมาฝากไว้เผื่อใครนึกอยากเพิ่มน้ำหนัก รับรองไม่ผิดหวัง (ฝากเครดิตให้กับหนังสือComplete Comfort Food)

 มาเริ่มกันเลยกับส่วนผสมสำหรับ 6 ที่

  • แผ่นชีท Lasagne 8 – 10 แผ่น(จะเป็นแผ่นสำเร็จรูป หรือแบบสด ใช้ได้เหมือนกัน)
  • Parmesan cheese หรือ Mozzarella  250 กรัม (แบบขูดฝอยๆ)

ส่วนผสม ซ้อสเนื้อ

  • เกลือ พริกไทย ตามชอบ
  • น้ำมันมะกอก 3 ชต.
  • เนื้อสับ 500 กรัม
  • เบค่อนรมควัน 300 กรัม
  • หัวหอมใหญ่ 2 หัว
  • กระเทียม 2 หัว
  • ไวน์ขาว 2/3 ถ้วย
  • มะเขือเทศสับ 800 กรัม
  • Tomato Puree   2 ชต (หรือซ้อสมะเขือเทศเข้มข้น)

ส่วนผสม (ซ้อสครีม)

  • นมสด 2 1/2 ถ
  • ใบกระวาน 3 ใบ
  • หัวหอมใหญ่สไลด์ 1/2 หัว
  • เนยจืด 50 กรัม
  • แป้งสาลี  1/3 ถ
  • Grated nutmeg ผงจันทน์เทศ ตามชอบเช่นกัน

วิธีทำ….ซ้อสเนื้อ

  1. โดยเริ่มจากการเตรียมซ้อสเนื้อ โดยการผัดเนื้อสับพอให้สุก ตามด้วยเบค่อนผัดให้เข้ากัน
  2. เต็มหัวหอมสับ กระเทียม ผัดประมาณ 5 นาที ตามด้วยไวน์ขาว
  3. ผสมมะเขือเทศสับและ Tomato puree  หรือมะเขือเทศเข้มข้น เติมเกลือและพริกไทย ปรุงรสตามชอบ
  4. เทส่วนผสมซ้อสมะเขือเทศลงผัดต่อประมาณ 15 นาทีจนซ้อสเริ่มข้น  ยกลงพักไว้

วิธีทำ …ซ้อสครีม

  1. เตรียมอุ่นนมสด ใบกระวานและหัวหอมสไลด์ ประมาณ 10 นาที พอเดือดแล้วพักไว้ (ตักเอาหัวหอมและใบกระวานออกแล้วนำไปใส่รวมกับซ้อสเนื้อ)
  2. ละลายเนยในกะทะ จากนั้นเทแป้ง แล้วคนเร็วๆให้ส่วนผสมเข้ากัน
  3. จากนั้นเทนม ที่เตรียมไว้ค่อยๆผสมให้เข้ากัน เคี่ยวจนให้ได้ซ้อสครีมข้น  เหยาะผงจันทน์เทศ ยกลงพักไว้

ขั้นตอนการเตรียมอบ

  1. เตรียมอุ่นเตาอบไว้ที่ 200 C หรือ 375 F หรือแก็สเบอร์ 5 
  2. ราดซ้อสเนื้อลงในถาด ตามด้วย ซ้อสครี่ม จากนั้นวางแผ่นชีทปู Lasagneทับ(แบบ ดิบๆ ก็ไม่เป็นไรเพราะเข้าเตาอบสุกได้เหมือนๆกัน) 
  3. สลับกันไปอย่างนี้จนเป็นชั้นๆ (ชั้นสุดท้ายเป็นซ้อสครีม)
  4. จากนั้นนำไปเข้าเตาอบประมาณ 30- 35 นาที พอดูให้เดือดปุดๆ  ยกถาดออกมาโรยหน้าด้วย Cheese ที่เตรียมไว้ให้ทั่วๆหน้า
  5. อบต่ออีกประมาณ 10 นาที ดูให้หน้าพอเกรียมๆ เป็นอันใช้ได้ พร้อมเสริฟ :)
 

Hips สิงหาคม 23, 2007

Filed under: Uncategorized — cher3155 @ 7:03 pm

HIPs

ตัวบทกฏหมายที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดในธุกิจอสังหาริมทรัพย์ หรือมีชื่อเรียกสั้นๆว่า HIPs โดยย่อมาจาก The Home Information Pack  โดยรัฐบาลได้วางแผนการดำเนินงาน โดยเริ่มที่อสังหาริมทรัพย์ที่มีจำนวน 4 ห้องนอนขึ้นไปThe Home Information Pack or Hips นี้จะเป็นการเก็บข้อมูลที่ช่วยในการพัฒนาระบบให้ดียิ่งขึ้น โดยสามารถให้ข้อมูลต่างๆของผู้ขาย(เจ้าของ) อสังหาริมทรัพย์  การจัดทำข้อมูล โดย Hips คาดหวังให้ การวางอสังหาริมทรัพย์ จะช่วยเร่งขั้นตอนในการดำเนินการทั้งหมด และหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดต่างๆจากการขาย  ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในการสำรวจ ค่าธรรมเนียม ภาษี ฯลฯ โดยเอกสารส่วนใหญ่ที่กล่าวมานั้น ล้วนจำเป็นการดำเนินการโอนสิทธิ์ โดยเพิ่มพิเศษในเรื่องของหนังสือรับรองด้านพลังงาน โดยจะระบุถึงยอดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก๊ส ฯลฯ โดยการเก็บข้อมูลตามกฏหมายนั้น ต้องเป็น HIPs ที่มีราละเอียดดังต่อไปนี้

  • An index (i.e. a list of the contents of the Pack)   ดัชนี โดยแบ่งเป็นรายการหมวดหมู่
  • A sale statement (summarising terms of sale)   บทสรุป เงื่อนไข ข้อตกลง
  • Evidence of title   หลักฐานเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์
  • Standard searches (i.e.local authority enquiries and a drainage and water search) เอกสารการสำรวจตรวจสอบจากหน่วยงานต่างๆของรัฐบาล
  • An Energy Performance Certificate ใบรับรองจากหน่วยงานพลังงาน
  • Where appropriate, commonhold information (including a copy of the commonhold community statement) เงื่อนไขที่แสดงการถือครองสิทธิ์ในสินทรัพย์
  • Where appropriate, leasehold information (including a copy of the lease, information on service charges and insurance) เงื่อนไขแสดงการถือสิทธิ์แบบสัญญาเช่า
  • Where appropriate, a New Homes Warranty   เงื่อนไขในการประกัน
  • Where appropriate, a report on a home that is not physically complete  รายงานประวัติของอสังหาริมทรัพย์ และผู้ถือครองสิทธิ์นับตั้งแต่เริ่มลงทะเบียน
  • Home Condition Report*  รายการเงื่อนไข และข้อตกลงอื่นๆ

        ในการตรวจสอบเพื่อตระเตรียมเอกสาร ผลประโยชน์ที่จะเกิดขั้นนอกจากการได้เปรียบทางด้านการแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ทั้งยังสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อในการตกลงที่จะเสนอราคา เนื่องจากผู้ซื้อไม่จำเป็นต้องรอขั้นตอนต่างๆในการสำรวจ เมื่อรายงานต่างๆในแพ็คเกจระบุรายละเอียดอย่างชัดเจน รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ  (ค่าน้ำ ไฟ แก๊ส ซึ่งรวมอยู่ในใบรับรองด้านพลังงาน) ผู้ซื้อจะสามารถคำนวณ ค่าใช้จ่ายได้จากข้อมูลที่ได้อย่างละเอียด  อีกทั้งเงื่อนไข สัญญา ข้อตกลงต่างๆ ทั้งหมดนี้ Hips สร้างทั้งความมั่นใจในการซื้อ รวมถึงการประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาของทั้งผู้ซื้อและผู้ขายหมายเหตุ**  แปลบทความเรื่องนี้เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องได้รับความสนใจ ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่นี่ ซึ่งโดยเอกสารต่างๆข้างต้นที่กล่าวมา เป็นเอกสารที่จำเป็นต้องใข้ในการโอน(อยู่แล้ว เสียส่วนใหญ่) แต่ไม่ได้มีการออกเป็นตัวบทกฏหมาย และในบางครั้งเอกสารบางอย่าง (การตรวจเอกสารเป็นเรื่องของทนาย) อาจดูว่าไม่สำคัญเท่าไหร่ แต่เมื่อข้อมูล เอกสารต่างๆ ถูกจัดเรียบเรียงอย่างมีระบบระเบียบ เป็นการง่ายต่อการคำนวณ รวมทั้งในการตัดสินใจของผู้ซื้อ อีกทั้งผู้ขายไม่จำเป็นต้องเสียเวลาในการดำเนินเอกสารอีกต่อไป **

 

Paying off debt มาปลด (หนี้) กันเถอะ สิงหาคม 18, 2007

Filed under: Uncategorized — cher3155 @ 8:55 am

cash.jpg

ทุกวันนี้ต้องยอมรับว่าการมีหนี้สินนั้นเป็นเรื่องปรกติสำหรับทุกคน จะด้วยเนื่องจากปัจจัยอะไรก็แล้วแต่  การเริ่มต้นวางแผนในการปลดหนี้ดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด   เริ่มต้นด้วยการรวบรวมาข้อมูลทั้งหมดที่มี (อันนี้รวมทั้งคุณพ่อ-แม่บ้าน)  ไม่ว่าจะเป็น บัญชีธนาคาร สเต็ทเม้นท์ เครดิตการ์ด เงินกู้ (ส่วนบุคคล /ผ่อนบ้าน ฯลฯ)  บิลค่าน้ำ / ไฟ/โทรศัพท์ / จิปาถะทั้งหลาย  โดยเน้นตัวเลขที่ใกล้เคียงความเป็นจริงและอัพเดทให้มากที่สุด แล้วแบ่งเป็นรายรับ รายจ่าย แล้วมาเริ่มกันเลยกับ…

1.        คุณเป็นหนี้อยู่เท่าไหร่(กันแน่) ??    เมื่อรวบรวมตคัวเลขจากตัวแดวบนบัญชี เครดิตการ์ด เงินกู้ บิลต่างๆ ฯลฯ จากรายจ่ายทั้งหมดที่ผ่านมา โดยเริ่มติดต่อกับทางบริษัทบัตรเครดิต หรือ ธนาคาร ถามถึงยอดคงค้างจ่าย และยอดการชำระขั้นต่ำรอบถัดไปว่าจะต้องจ่ายเท่าไหร่

2.        ยอดชำระขั้นต่ำ จริงๆแล้วคุณกำลังปลดหนี้???  ถามกันว่าเมื่อเราชำระหนี้ในขั้นต่ำในแต่ละเดือน เราปลดหนี้จริงๆหรือเปล่า ส่วนใหญ่แล้ว หนี้ชั้นต่ำในแต่ละเดือนคำนวณจากการดอกเบี้ยที่คุณเป็นหนี้อยู่ นั่นหมายถึงคุณไม่ได้กำลังปลดหนี้(เงินต้น) ดังนั้นการชำระเงินในการปลดหนี้ ยิ่งชำระมากเท่าไหร่ หมายถึง ดอกเบี้ยที่คุณจ่ายก็จะลดลงไปด้วย

3.        เงินหายไปไหน (หนอ) ??  คำถามที่หลายคนสงสัยว่า ทำงานทุกวันแต่ทำไมไม่มีเงินเหลือเก็บ ก่อนอื่นคงต้องถามตัวเองก่อนว่า เรารู้ว่ารายรับ เงินเดือน ในแต่ละเดือนเท่าไหร่ แต่ รายจ่ายนี่สิ จริงๆแล้วคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครใส่ใจ คราวนี้มาดูกันว่าเงินทองของเราไปไหนบ้าง ดูได้จากสเต็ทเม้นท์ และบิลต่างๆในแต่ละเดือน (ค่าเช่า ,เงินกู้ ,อาหาร, ค่าน้ำมัน, ภาษี,  ค่าประกัน ,บิลค่าน้ำไฟ และใบเสร็จจุกจิก ฯลฯ )

4.        คำตอบสุดท้ายคือ ??  เมื่อได้ตัวเลขรายจ่ายที่คุณคิดคำนวณแล้ว หากเปรียบเทียบระหว่าง รายรับจ่าย  หากคำตอบที่ได้ติดลบ คราวนี้คุณควรจะดูรายจ่ายใด ที่คุณควรจะลดลง และหากคำตอบที่ได้เป็นบวกคุณสามารถที่จะเริ่มวางแผน จ่าย(ปลด)หนี้มากขึ้น

5.        ลดรายจ่าย ยังงัย ตรงไหน??  เริ่มต้นที่ความจำเป็นกันก่อน อาหาร ค่าน้ำมัน ค่าโดยสาร ค่าเช่า(ผ่อน)บ้าน   การใช้เงินนั้นง่ายกว่าการเก็บเงิน แต่เราสามารถอิ่มและประหยัดได้โดยการเตรียมอาหารกลางวันจากบ้านแทนการทานอาหารนอกบ้าน หรือการใช้บริการขนส่งมวลชนบ้างแทนการนั่งแท็กซี่ การซื้อตั๋วรถที่เป็นเดือนจะถูกกว่าราคาปรกติ  การเลิกบุหรี่ ฯลฯ เหล่านี้อาจเป็นรายจ่ายจุกจิกที่คุณมองข้ามไป

6.        มองรายรับกันบ้าง หรือเปล่า?? มองไปรอบๆ ทำไมคนอื่นเค้ามีเงิน ต้องถามตัวเองว่ามีทางไหนที่ทำให้คุณมีรายรับเพิ่มขึ้น ที่ทำงานคุณเคยถามถึงค่าล่วงเวลาไหม? อาจเริ่มต้นด้วยการกำจัดข้าวของที่คุณไม่ใช้เปิดท้ายขายไปซะปัจจุบัน  ถามตัวเองว่าเวลาว่างของคุณทำอะไร  กิจกรรมยามว่างแปรให้เป็นตัวเงิน คุณอาจชอบทำขนมอยู่แล้ว ลองแจกตัวอย่างทดลองในหมู่บ้าน งานอดิเรกของคุณ อาจเป็นรายได้เล็กๆน้อยๆ เพิ่มขึ้นมาได้ 

7.        ใส่ใจหนี้ ให้มากขึ้น     ตัวเลขหนี้จากเครดิตการ์ดนั้นมักจะมีดอกเบี้ยที่สูงกว่าเงินกู้ แน่นอนว่าโดยทั่วไปสภาพคล่องก็จะต่างกันไปด้วย   แต่เมื่อเราดูตัวเลขกันจริงๆ หากไม่สามารถหาแหล่งเงินกู้ได้  เราคงต้องการปลดหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงกันก่อน อาจจะใช้บริการบัตรเครดิตที่เสนอดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าจ่ายแทนบัตรที่คุณใช้ในปัจจุบัน (เช่นฟรีเครดิตในปีแรก ไม่คิดค่าธรรมเนียมแรกเข้า ฯลฯ) 

8.        ปรึกษาหารือ    สถาบันการเงินส่วนใหญ่จะมีเจ้าหน้าที่บริหารหนี้สินประจำอยู่ทุกสำนักงาน คุณสามารถปรึกษาและวางแผนในการปลดหนี้ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร? ดอกเบี้ย หุ้นต่างๆ จะขึ้นลงแค่ไหน? หากใส่ใจสักนิดกับการบริหารหนี้   ทุกอย่างที่ยากๆจะผ่านไปได้ … 

 

Dali’s @t Tate Modern สิงหาคม 12, 2007

Filed under: Uncategorized — cher3155 @ 5:23 pm

dali_forgotten_horizon_th.jpgdali_inaugural_goose_flesh_th.jpgdali_apparatus_and_hand_th.jpgdali_mountain_lake_th.jpgdali_persistenceofmemory.jpgdali_on_set_of_spellbound_th.jpgdali_lights_dream_th.jpgTate Modern สถานที่รวบรวมผลงานศิลปะสมัยใหม่ ตั้งแต่ยุค 1900 ที่ได้รองรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่มีความสนใจในศิลปะสมัยใหม่ ในอาคารสูง 7 ชั้น แยกเป็นส่วนของการแสดงผลงาน แกลลอรี่ ศูนย์เรียนศิลปะสำหรับเด็ก และผู้สนใจ ร้านอาหาร คาเฟ่ ห้องสมุด มุมสำหรับสมาชิก และร้านหนังสือและของที่ระลึก  โดยหมุนเวียนเปลี่ยนนิทรรศการของศิลปินที่มีชื่อเสียงทั่วทุกมุมโลก สำหรับฤดูร้อนนี้จนถึง 9 Sep. นำเสนอผลงานของหนึ่งในศิลปินที่มีชื่อเสียงโด่งดังเกี่ยวกับงานกราฟฟิคดีไซน์ยุคต้น 90 ได้แก่  Salvador Dalí’s  ไม่ว่าจะเป็นงาน watches of The Persistence of Memory และ Sleep  รวมไปถึงงานภาพยนต์ L’Age d’or and Un Chien andalou, ที่ร่วมสร้างกับศิลปินอื่นร่วมสมัย ในงานนิทรรศการโชว์ถึงผลงานภาพร่าง ภาพวาด ภาพที่มีชื่อเสียงตั้งแต่ยุคเริ่มแรก ยุคปลาย ทั้งยังนำเสนอภาพยนต์ และภาพถ่าย ชิ้นสำคัญที่ไม่เคยโชว์ที่ใดมาก่อน นิทรรศการของ Dalí  ค่าเข้าชมสำหรับบุคคลทั่วไปคือ 11 ปอน์ด โดยมีส่วนลดที่แตกต่างกันไป (เช่นนักเรียน นักศึกษาหรือผู้เกษียณอายุ)  โดยสามารถเช็คได้จาก เว็บไซต์http://www.tate.org.uk/   Tate Modern’s เปิดทำการทุกวันตั้งแต่ 10.00 – 17.00น. และศุกร์ เสาร์ เปิดถึง 21.00น.

 

World’s Most Expensive Cities สิงหาคม 10, 2007

Filed under: Uncategorized — cher3155 @ 12:49 pm

WORLD’S MOST EXPENSIVE CITIES

 
1. Moscow. Cost of living index = 134.4
มอสโคว์ที่มีมหาเศรษฐีอาศัยอยู่มาก เฉลี่ยกาแฟถ้วยละ220 บาท

2. London. Cost of living index = 126.3
ลอนดอนมีค่าเฉลี่ยของอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 24,500,000 บาท โดยมากว่าค่าเฉลี่ย 10-12เท่าของรายได้.
3. Seoul. Cost of living index = 122.4
โซล มีอัตราการว่างงานเพพียง 3.4% โดยค่าสกุลเงิน วอน มีความแข็งแกร่งและเศรษฐกิจยังเติบโตสูง

4. Tokyo. Cost of living index = 122.1
โตเกียว ค่าเช่าสำหรับ อพารท์เม้นท์ 2 ห้องนนอน (ไม่ตกแต่ง) ประมาณ 147,700 บาท / เดือน
5. Hong Kong. Cost of living index = 119.4
ฮ่องกง อาจเป็นปลายทางของเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาถูก แต่สำหรับราคาอสังหาริมทรัพย์แล้วเดินแบบอย่างอนานิคมประเทศอังกฤษ

6. Copenhagen. Cost of living index = 110.2
โคเปนเฮเก้นท์ สำหรับอัตราค่าครองชีพที่อยู่ในระดับคุณภาพสูง คุณภาพของสังคม ราคาเบอร์เกอร์นั้นอยู่ที่อันละ 349.30 บาท

7. Geneva. Cost of living index = 109.8
เจนีวา มี ออฟชอร์ แบงค์อยู่มากมาย โดยเงินนั้นทำให้สินค้าในร้านแพงกว่าปรกติอยู่ประมาณ 10%

8. Osaka. Cost of living index = 108.4.
โอซาก้า เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่น โดยมีอัตรารายได้ขั้นต่ำต่อหัวอยู่ที่คนละ 932,260 บาท

9. Zurich. Cost of living index = 107.6
ซูริค ถือว่าเป็นโชคดีที่มีจำนวนของอัตราค่าจ้างที่สูงที่สูงในแถบยุโรป เลือกที่จ่ายเงินเดือนผ่านที่นี่
10. Oslo. Cost of living index = 105.8
ออสโล เมืองหลวงของนอร์เวย์ มีอัตราค่าครองชีพสูงกว่า นิวยอร์คซึ่งอยู่ที่ 100

 

Selfish Jean by Travis สิงหาคม 7, 2007

Filed under: Uncategorized — cher3155 @ 1:21 pm

Cheers
Thanks for everything
You hung me out by my heart
You’re just so selfish jean
Yes you are

Hey you
Threw it all away
By holding everything in
Hey Jean don’t rock the boat
When you can’t swim

With a perfect understanding of the finer things in life
A quite alarming knack of knowing when to twist the knife
Oooooooooh
Selfish Jean

Here’s to you
Who read everything
Left it out on the shelf
There’s no one else to blame
Except yourself

Well a perfect combination of good etiquet and charm
You keep the chocolate biscuits wired to a car alarm
Oooooooooh
Selfish Jean

Well i’m standing on my own
And this house is not a home
It’s so sad to see you go
Things are high, things are low
And it’s good to know you know
If you’ve got nowhere to go
Well you could spend the night with me
There will be no guarantee that I’ll be here

In the morning
Or any time that you call
I hear you snoring Jean
Through the wall

So hey
Here’s to everything
To peace and love in our time
Ah Jean the slate is clean
I guess we’re fine

Well I don’t expect a miracle
Not asking you to change
If you can see me happy
Well just look the other way
Oooooooooh
Selfish Jean

Heeeaaaaaah
Selfish Jean

Jean
Oh yeah
Jean

 

Design Museum มิถุนายน 19, 2007

Filed under: Uncategorized — cher3155 @ 7:03 pm

gunportrait1.jpg2004-you-cant-bomb-an-ide1.jpg2003-infidel-font1.jpg2002-david-bowie1.jpg2001-designers-stay-away1.jpg1992-gulf-war-prey1.jpg1989-_-stonecarving-techn1.jpgJonathan Barnbrook has emerged in the past two decades as one of the UK’s most consistently innovative graphic designers. Pioneering graphic design with a social conscience, Barnbrook makes powerful statements about corporate culture, consumerism, war and international politics. Through his work in both commercial and non-commercial spheres he combines wit, political savvy and bitter irony in equal measures.

Friendly Fire traces Barnbrook’s career from early experiments in pure typography and pioneering motion graphics in the early 1990s, to recent work, including his latest projects with collaborators such as the anti-corporate collective Adbusters. Drawn from the designer’s own archive, the work represented will span the wide range of disciplines in which the Barnbrook studio work, including one of their most pioneering areas – typeface design.

 

พรุ่งนี้….จะเป็นมิสซิส!!! พฤษภาคม 31, 2007

Filed under: Uncategorized — cher3155 @ 11:20 pm

ไม่เคยคิดที่จะเปลี่ยนสถานะความเป็นโสด …นานมากแล้ว  อยู่ๆมาวันหนึ่งความรักก็เข้ามาทักทาย

ความที่เคยทำอะไรด้วยตัวเองมาตลอด ตอนนี้กลายเป็นว่ามีคนอีกคนเข้ามาอยู่ข้างๆ  กลายเป็นว่าชีวิต

ที่เคยเดินคนเดียว จะเดินเร็วบ้าง ช้าบ้าง กิ่งเดินกิ่งวิ่ง แสนสะดวกสบาย ต้องเดินร่วมทางรักษาจังหวะไม่ให้

เดินนำหน้าทิ้งห่างหรือว่าเดินไล่ตามอยู่ข้างหลัง  … ผ่านคำถามระหว่างการชอบมากๆ กับความรัก ?? ของตัวเอง

คิดอยู่นานจนได้แน่ใจว่าเป็นความรักแน่ๆแล้ว ปัญหาต่างๆเริ่มผุดขึ้นมาแทนที่ เป็นอารมณ์ของคนหวงความโสด

ไม่อยากจะที่จะปรับตัว เปลี่ยนแปลง ความกลัวต่างๆเริ่มทยอยเข้ามาในสมอง และแม้ว่าผ่านการเตรียมใจมาพอสมควร

ไม่รู้เลยว่าการสละโสด เป็นบททดสอบความอดทนบทแรก.. อาจเป็นเพราะต้องทำอะไรกันเอง หลายๆอย่างต้องจัดการ

และอีกหลายๆเรื่องที่ไม่เคยรู้ ก็ต้องเรียนรู้  หลังจากการเป็นเจ้าสาวที่กลัวฝนมานาน… พยากรณ์อากาศบอกว่าพรุ่งนี้

ฝนตกแน่นอน … รู้อย่างนี้แล้วก็รู้สึกสบายใจเพราะว่าไม่ต้องกังวลอะไรมาก…ไม่ได้เล่นน้ำฝนมาตั้งนานแล้วนี่นา !!

 

Spider-Man 3 : Music Vedio พฤษภาคม 13, 2007

Filed under: Uncategorized — cher3155 @ 9:47 pm

 Snow Patrol:Signal Fire

Linkin Park:What I’ve done

 

PRIMARK “ Look Good, Pay Less ” เมษายน 13, 2007

Filed under: Uncategorized — cher3155 @ 8:58 pm

 Image 40609Image 40611Image 22868Image 40610Image 22870 

PRIMARK  “ Look Good, Pay Less ”

                    Primark ไพร์ทมาร์ท กลุ่มค้าปลีกเสื้อผ้าที่กำลังมาแรง มีสาขาทั่วสหราชอาณาจักร  (รวมถึงไอร์แลนด์และอีก 2 สาขาในสเปน ในชื่อของ เพนนีย์)  ซึ่งในขณะนี้ถือส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 5  ของตลาดเสื้อผ้าค้าปลีก มีพนักงานทั้งสิ้น 23,000 คน  ระยะเวลาตั้งแต่ Sep 2005 – Mar 2007 ไพร์ทมาร์ทมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นถึง 70% จากสาขาใหม่  52 สาขา (รวมถึงไอร์แลนด์ 4สาขาและสเปน  2 สาขา) และอีก 10 ในสาขาสิ้นปีนี้  อีกทั้งยังได้รับรางวัลมากมายในฐานะกลุ่มค้าปลีกที่ประสบความสำเร็จ และรางวัลจากนิตยสารและลูกค้าให้เป็นแบรนด์ที่คุ้มค่าและสมเหตุผล     แต่ที่โด่งดัง และกำลังโด่ดเด่นอยู่ในขณะนี้คงเป็นสาขาใหญ่ที่สุดในลอนดอน บนมุมถนนอ็อคฟอร์ด สตรีท ที่เพิ่งเปิดตัวสร้างกระแสฮือฮาไป เมื่อวันที่ 5 เมษาที่ผ่านมา บนพื้นที่ 70,000 sq ft (6,500 sq m)  ซึ่งเป็นสาขาบนไฮสตรีทที่ประจันหน้ากับดีไซเนอร์แบรนด์หรู ได้อย่างสง่างาม  อีกทั้งยังได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างเกินความคาดหมาย   Primark มีกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญคือ กลุ่มลูกค้าอายุต่ำกว่า 35 ปี นำเสนอสินค้าแฟชั่นที่มีคุณภาพ และราคาถูกกว่าคู่แข่ง  โดยมีสินค้าหลักเป็นเสื้อผ้าสตรี โดยส่วนของเสื้อผ้าบุรุษ ,เด็ก ,สินค้าตกแต่งบ้าน  กลยุทธ์ที่เป็นจุดแข็งของ Primark  คือการเป็นผู้นำทางด้านราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่ง  และการมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน เป็นผู้นำตลาดล่างและยังสามารถแบ่งส่วนแบ่งมาจากตลาดบนได้อย่างน่าทึ่ง  Primark ประสบความสำเร็จทางธุรกิจโดยอาศัยกุญแจสำคัญ ดังนี้

  การเป็นผู้นำด้านราคา (โดยมีผลมาจากทางด้านของเทคโนโลยี ,การกระจายสินค้า, การจัดซื้อ)

  คุณภาพของสินค้า

  ทำเลที่ตั้งบนจุดสำคัญ ย่านชุมชน

  มีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน

                    Primark ตอบโจทย์ทางธุรกิจได้อย่างชัดเจน ยืนหยัดด้วยการเป็นผู้นำด้านราคา  แบ่งกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจน รวมถึงการพัฒนามาตราฐานคุณภาพของสินค้า การจัดซื้อ การกระจายสินค้า และพัฒนาองค์กรควบคู่กันไป  และแน่นอนว่าขณะนี้  Primark  ได้ก้าวสู่ถนนธุรกิจอย่างภาคภูมิ  พร้อมรบกับดีไซน์เนอร์แบรด์ดัง คำถามที่น่าสนใจคือ แล้วคู่แข่งต่างๆ พร้อมปรับกลยุทธ์ รับมือกับ  Primark ที่ซึ่งเคยเป็นแค่แบรนด์ล่าง ราคาประหยัด  แล้วหรือยัง?