ทุกวันนี้ต้องยอมรับว่าการมีหนี้สินนั้นเป็นเรื่องปรกติสำหรับทุกคน จะด้วยเนื่องจากปัจจัยอะไรก็แล้วแต่ การเริ่มต้นวางแผนในการปลดหนี้ดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เริ่มต้นด้วยการรวบรวมาข้อมูลทั้งหมดที่มี (อันนี้รวมทั้งคุณพ่อ-แม่บ้าน) ไม่ว่าจะเป็น บัญชีธนาคาร สเต็ทเม้นท์ เครดิตการ์ด เงินกู้ (ส่วนบุคคล /ผ่อนบ้าน ฯลฯ) บิลค่าน้ำ / ไฟ/โทรศัพท์ / จิปาถะทั้งหลาย โดยเน้นตัวเลขที่ใกล้เคียงความเป็นจริงและอัพเดทให้มากที่สุด แล้วแบ่งเป็นรายรับ – รายจ่าย แล้วมาเริ่มกันเลยกับ…
1. คุณเป็นหนี้อยู่เท่าไหร่(กันแน่) ?? เมื่อรวบรวมตคัวเลขจากตัวแดวบนบัญชี เครดิตการ์ด เงินกู้ บิลต่างๆ ฯลฯ จากรายจ่ายทั้งหมดที่ผ่านมา โดยเริ่มติดต่อกับทางบริษัทบัตรเครดิต หรือ ธนาคาร ถามถึงยอดคงค้างจ่าย และยอดการชำระขั้นต่ำรอบถัดไปว่าจะต้องจ่ายเท่าไหร่
2. ยอดชำระขั้นต่ำ จริงๆแล้วคุณกำลังปลดหนี้??? ถามกันว่าเมื่อเราชำระหนี้ในขั้นต่ำในแต่ละเดือน เราปลดหนี้จริงๆหรือเปล่า ส่วนใหญ่แล้ว หนี้ชั้นต่ำในแต่ละเดือนคำนวณจากการดอกเบี้ยที่คุณเป็นหนี้อยู่ นั่นหมายถึงคุณไม่ได้กำลังปลดหนี้(เงินต้น) ดังนั้นการชำระเงินในการปลดหนี้ ยิ่งชำระมากเท่าไหร่ หมายถึง ดอกเบี้ยที่คุณจ่ายก็จะลดลงไปด้วย
3. เงินหายไปไหน (หนอ) ?? คำถามที่หลายคนสงสัยว่า ทำงานทุกวันแต่ทำไมไม่มีเงินเหลือเก็บ ก่อนอื่นคงต้องถามตัวเองก่อนว่า เรารู้ว่ารายรับ เงินเดือน ในแต่ละเดือนเท่าไหร่ แต่ รายจ่ายนี่สิ จริงๆแล้วคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครใส่ใจ คราวนี้มาดูกันว่าเงินทองของเราไปไหนบ้าง ดูได้จากสเต็ทเม้นท์ และบิลต่างๆในแต่ละเดือน (ค่าเช่า ,เงินกู้ ,อาหาร, ค่าน้ำมัน, ภาษี, ค่าประกัน ,บิลค่าน้ำไฟ และใบเสร็จจุกจิก ฯลฯ )
4. คำตอบสุดท้ายคือ ?? เมื่อได้ตัวเลขรายจ่ายที่คุณคิดคำนวณแล้ว หากเปรียบเทียบระหว่าง รายรับจ่าย หากคำตอบที่ได้ติดลบ คราวนี้คุณควรจะดูรายจ่ายใด ที่คุณควรจะลดลง และหากคำตอบที่ได้เป็นบวกคุณสามารถที่จะเริ่มวางแผน จ่าย(ปลด)หนี้มากขึ้น
5. ลดรายจ่าย ยังงัย ตรงไหน?? เริ่มต้นที่ความจำเป็นกันก่อน อาหาร ค่าน้ำมัน ค่าโดยสาร ค่าเช่า(ผ่อน)บ้าน การใช้เงินนั้นง่ายกว่าการเก็บเงิน แต่เราสามารถอิ่มและประหยัดได้โดยการเตรียมอาหารกลางวันจากบ้านแทนการทานอาหารนอกบ้าน หรือการใช้บริการขนส่งมวลชนบ้างแทนการนั่งแท็กซี่ การซื้อตั๋วรถที่เป็นเดือนจะถูกกว่าราคาปรกติ การเลิกบุหรี่ ฯลฯ เหล่านี้อาจเป็นรายจ่ายจุกจิกที่คุณมองข้ามไป
6. มองรายรับกันบ้าง หรือเปล่า?? มองไปรอบๆ ทำไมคนอื่นเค้ามีเงิน ต้องถามตัวเองว่ามีทางไหนที่ทำให้คุณมีรายรับเพิ่มขึ้น ที่ทำงานคุณเคยถามถึงค่าล่วงเวลาไหม? อาจเริ่มต้นด้วยการกำจัดข้าวของที่คุณไม่ใช้เปิดท้ายขายไปซะปัจจุบัน ถามตัวเองว่าเวลาว่างของคุณทำอะไร กิจกรรมยามว่างแปรให้เป็นตัวเงิน คุณอาจชอบทำขนมอยู่แล้ว ลองแจกตัวอย่างทดลองในหมู่บ้าน งานอดิเรกของคุณ อาจเป็นรายได้เล็กๆน้อยๆ เพิ่มขึ้นมาได้
7. ใส่ใจหนี้ ให้มากขึ้น ตัวเลขหนี้จากเครดิตการ์ดนั้นมักจะมีดอกเบี้ยที่สูงกว่าเงินกู้ แน่นอนว่าโดยทั่วไปสภาพคล่องก็จะต่างกันไปด้วย แต่เมื่อเราดูตัวเลขกันจริงๆ หากไม่สามารถหาแหล่งเงินกู้ได้ เราคงต้องการปลดหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงกันก่อน อาจจะใช้บริการบัตรเครดิตที่เสนอดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าจ่ายแทนบัตรที่คุณใช้ในปัจจุบัน (เช่นฟรีเครดิตในปีแรก ไม่คิดค่าธรรมเนียมแรกเข้า ฯลฯ)
8. ปรึกษาหารือ สถาบันการเงินส่วนใหญ่จะมีเจ้าหน้าที่บริหารหนี้สินประจำอยู่ทุกสำนักงาน คุณสามารถปรึกษาและวางแผนในการปลดหนี้ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร? ดอกเบี้ย หุ้นต่างๆ จะขึ้นลงแค่ไหน? หากใส่ใจสักนิดกับการบริหารหนี้ ทุกอย่างที่ยากๆจะผ่านไปได้ …

huhuhu, you also use Amazon credit card like me.
Good to have no debt. (but the companies will try hard to get you in debt again.)
ปลดหนี้ ปลดหนี้กันเถอะ ปลดเยอะๆร่างกายแข็งแรง…หุหุ ใครทันทำนองเพลงนี้ต้อง 30 อัพ ฮ่า…
น่าสนใจ
บริการเงินสดด่วน เงินด่วนง่ายๆ รับเงินสดวันนี้